ติวเข้ามหาลัย

📝 ม.ปลาย ต้องรู้!! เตรียมตัวเก็บ Portfolio ยังไงให้ปัง ติดมหาวิทยาลัยชัวร์

29 ส.ค. 67
📝  ม.ปลาย ต้องรู้!! เตรียมตัวเก็บ Portfolio ยังไงให้ปัง ติดมหาวิทยาลัยชัวร์

ม.ปลาย ต้องรู้!! เตรียมตัวเก็บ Portfolio ยังไงให้ปัง ติดมหาวิทยาลัยชัวร์

แน่นอนว่า น้อง ๆ ม.ปลาย โดยเฉพาะเด็กม.6 เป็นช่วงที่จะต้องเตรียมตัวแข่งขันกับตัวเอง และแข่งขันกับเพื่อน ๆ ทั่วประเทศ เพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยในฝันให้ได้ ทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้น้อง ๆ ได้เรียนมหาวิทยาลัยก่อนใครเลยก็คือ การยื่นผลงาน Portfolio ซึ่งเป็นด่านแรก ที่จะทำให้น้อง ๆ นักเรียนติดมหาวิทยาลัยแบบสบายใจ แต่ก่อนจะติดได้นั้น น้อง ๆ ต้องรู้เคล็ดลับการเก็บพอร์ตกันก่อน เรามีเทคนิคมาแนะนำแล้ว ทำตามกันได้ง่ายๆ เลยนะ!

1.  ทำพอร์ตให้ตอบโจทย์
สิ่งแรกเลยที่น้อง ๆ ควรทำ เพราะแต่ละคณะ แต่ละมหาวิทยาลัย จะต้องกำหนดมาให้แล้วว่า สาขาที่น้องเรียน ต้องมีแฟ้มสะสมผลงานอะไรมาบ้าง เมื่อน้อง ๆ ทราบรายละเอียดแล้ว ก็ต้องเริ่มเตรียมตัวทำพอร์ตที่ตอบโจทย์กับรายละเอียดของสาขาที่ทางมหาวิทยาลัยต้องการ ยกตัวอย่างเช่น หากน้อง ๆ จะเก็บพอร์ตเข้าสาขาการกีฬา ก็ต้องเริ่มทำทั้งหมด 4 ส่วน ได้แก่

  • เหตุผลและเป้าหมายของอาชีพในอนาคต รวมถึงทัศนคติที่มีต่อวิชาชีพหรือสาขาที่จะเข้าเรียน
  • กิจกรรม/ ผลงานที่ผ่านมา ในลักษณะประกาศนียบัตร เหรียญรางวัล หรือใบรับรองการแข่งขันจากหน่วยงานการกีฬาที่เกี่ยวข้อง
  • กิจกรรม/ ผลงานอื่นๆ ที่สามารถอธิบายเป็นรายละเอียดกิจกรรมที่เกี่ยวกับกีฬาได้
  • หลักฐานผลงาน/ กิจกรรม ในรูปแบบไฟล์ภาพ วิดีโอ หรือ Link YouTube ที่ทำการแข่งขันกีฬานั้นจริง

ซึ่งหากน้อง ๆ สามารถรวบรวมผลงาน/ กิจกรรม ที่ตอบโจทย์กับสาขาที่จะยื่น Portfolio เข้าเรียน รับรองเลยว่า คณะกรรมการจะต้องสนใจในตัวน้อง ๆ อย่างมาก เพราะการมีผลงานที่โดดเด่น ชัดเจน จะทำให้น่าเชื่อถือ และมีคุณสมบัติที่ได้เปรียบคนอื่น

2. เข้าใจสาขา เข้าใจตัวเอง
สิ่งที่อยากให้น้อง ๆ ทำประกอบกัน เพื่อให้ Portfolio ออกมาปัง น่าสนใจอีกอย่างคือ น้อง ๆ ควรศึกษาทำความเข้าใจกับสาขาที่อยากยื่นพอร์ตก่อน ว่าน้อง ๆ มีความรู้ความชื่นชอบ ต่อสาขานั้นอย่างไร ไม่ว่าจะรายละเอียดหลักสูตรของทางมหาวิทยาลัย หรือสอบถามจากรุ่นพี่ที่เรียนมาก่อน ว่าสาขานี้เป็นอย่างไรบ้าง เข้ากับไลฟ์สไตล์ความชอบ และความสามารถของเรามากน้อยแค่ไหน จากนั้นมาสำรวจตัวเอง ว่าชอบสาขานี้หรือไม่ มีเป้าหมายที่ชัดเจน มองเห็นอนาคตจากสาขานี้หรือเปล่า เมื่อน้อง ๆ ศึกษารายละเอียด ลงลึกอย่างเข้าใจทั้งสาขา และเข้าใจความชอบของตัวเองแล้ว น้อง ๆ จะสามารถถ่ายทอด Portfolio ที่มีคุณภาพออกมาได้อย่างดีเลยทีเดียว

ข้อแนะนำ: Portfolio อย่างต่ำ 10 หน้า ซึ่งถ้าเกินกว่านี้ อาจจะดูเยอะไป เอาไว้เพิ่มเป็นผลงาน หรือใบประกาศนียบัตรแทนก็ได้ โดยใน 10 หน้า ควรประกอบด้วย

  • ประวัติส่วนตัว
  • ประวัติการศึกษา
  • เหตุผลที่อยากเข้าคณะที่สมัคร
  • กิจกรรม (2 หน้าได้)
  • ผลงานและรางวัล (2 หน้าได้)
  • เกียรติบัตร (2 หน้าได้)

อีกส่วนหนึ่งที่น้อง ๆ ต้องให้ความสำคัญอย่างมาก คือ Statement of Purpose หรือ SOP เป็นเหมือนจดหมายแนะนำตัว หรือเรียงความที่จะทำให้คณะกรรมการรู้จัก และเข้าใจตัวตนของน้อง ๆ มากที่สุด เพื่อแสดงให้ทางคณะและมหาวิทยาลัยได้เห็นถึงเป้าหมายและทราบเหตุผลที่ต้องการเข้าเรียนในคณะสาขามหาวิทยาลัย โดยมีการเกริ่นนำ เนื้อหาอธิบาย และบทสรุปที่ชัดเจน

3. อ่านง่าย สวยงาม ชัดเจน
เป็นส่วนประกอบที่สำคัญมากที่จะทำให้กรรมการรู้สึกอยากเปิดอ่าน Portfolio ของน้อง ๆ โดยเน้น 3 จุดหลัก

  • อ่านง่าย อยากให้น้อง ๆ ใช้ font ตัวหนังสือที่อ่านง่าย ขนาดกลาง ไม่เล็ก ไม่ใหญ่จนเกินไป ตัวอักษรไม่ใช่ตัวอักษรพิเศษ พิสดารที่อ่านยาก ควรใช้แบบมาตรฐาน เนื้อหาพยายามเขียนให้กระชับ เข้าใจง่ายที่สุด ไม่วนไปวนมา
  • สวยงาม แน่นอนว่า ความสวยงามของสีสัน ไอเดียต่างๆ ที่ใส่ในพอร์ต จะทำให้แฟ้มสะสมผลงานดูสะดุดตา แต่บอกก่อนเลยว่า คำว่าสวยงาม ต้องสวยแบบพอดี ไม่ยัดรูป หรือลวดลายมากไป จนอ่านยาก สีควรใช้ควรเป็นธีมเดียวกันทั้งหมด เช่น พอร์ตสีฟ้า ก็สีฟ้าทั้งเล่ม หรือโทนสีกล้เคียง ไม่ใช้สีกระโดดกันเกินไปจนเนื้อหาอ่านยาก
  • ชัดเจน ความชัดเจนของแต่ละหน้า Portfolio เป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจ น้อง ๆ ควรบอกข้อมูลให้ชัดเจน ไม่กํากวม ทั้งชื่อ โรงเรียน ระดับชั้น สายที่เรียน ความฝัน ความสนใจ เป้าหมาย ผลงาน กิจกรรมต่างๆ

และนี่คือ 3 ข้อหลัก ๆ ที่อยากแนะนำน้อง ๆ นักเรียน ม.ปลายที่กำลังเตรียมตัวทำ Portfolio ยื่นเข้ามหาวิทยาลัย ถ้าทำได้แบบนี้ Portfolio ปัง ติดมหาวิทยาลัยชัวร์ๆ เริ่มต้นเก็บผลงานกันตั้งแต่วันนี้ เพื่ออนาคตที่น้อง ๆ ใฝ่ฝัน เริ่มเลย!!

1